
สังเกตกันไหมว่า ทุกวันนี้หากเราเดินออกไปทำธุระข้างนอกบ้าน สิ่งต่างๆรอบตัวของเรานั้นเต็มไปด้วยมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นควันพิษจากรถยนต์ ควันบุหรี่จากผู้ไม่รักปอดตนเอง และ เศษละออง ฝุ่นทราย จากสถานที่ก่อสร้างต่างๆซึ่งสิ่งที่อยู่ในมวลอากาศเหล่านี้นี่เองที่ได้บั่นทอนสุขภาพและเป็นอันตรายอย่างยิ่งกับระบบทางเดินหายใจของมนุษย์เรา ซึ่งปัจจุบันโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่พบมากที่สุดโรคหนึ่งนั้นก็คือ โรคไซนัส อักเสบ ซึ่งก่อนที่เราจะไปรู้จักกับอาการ ไซนัส อักเสบนั้น เรามาทำความรู้จักกับคำว่า ไซนัส กันก่อนดีกว่า ไซนัส (Sinus) นั้นแท้จริงแล้วก็คือโพรงอากาศในจมูกซึ่งมีหน้าที่ช่วยปรับความดันในโพรงจมูกระหว่างหายใจและช่วยสร้างน้ำมูกที่จะช่วยกรองพวกฝุ่นละอองและสิ่งแปลกปลอมต่างๆเพื่อให้ร่างกายได้รับอากาศหายใจที่บริสุทธิ์
ส่วนอาการไซนัสอักเสบนั้นสาเหตุหลักจะเกิดจากการที่จมูกได้รับมลพิษและสารระคายเคืองจากอากาศหายใจมากกว่าปกติ พอนานเข้าก็จะสะสมจนทำให้โพรงจมูกอุดตัน ทำให้มูกเหลวต่างๆนั้นไปคั่งค้างอยู่ในโพรงอากาศไซนัสและหากปล่อยทิ้งไว้ก็จะติดเชื้อและจบลงด้วยการเป็นโรคริดสีดวงจมูกในที่สุดในคนปกตินั้นมีโอกาสพบไซนัสอักเสบหลังจา
กเป็นหวัดประมาณ 0.5-5 เปอร์เซ็นโดยที่ประชากรกลุ่มเสี่ยงที่สามารถเป็นไซนัสอักเสปนั้นมีดังนี้
1.ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูกนั้นจะมีโอกาสเป็นไซนัสอักเสบร่วมอยู่กับอาการหวัดอยู่ด้วยมีมากถึง 70 % 2.ผู้ที่อยู่ในเขตมลพิษทางอากาศสูง รวมไปถึงผู้ที่สูบบุหรี่ หรือ ต้องอยู่กับบรรยากาศของควันบุหรี่อยู่เสมอ 3.ผู้ที่มีโครงสร้างของจมูกผิดปกติ เช่น ผนังกั้นจมูกคด เป็นต้น อาการของไซนัสอักเสบนั้นเมื่อเป็นแล้วจะมีอาการคล้ายกับเป็นหวัด มีน้ำมูก แน่นจมูก แต่สิ่งที่จะสังเกตุได้นั้นคือจะมีน้ำมูกไหลตลอดกว่า 10 วัน และลักษณะของน้ำมูกนั้นจะมีสีค่อนข้างเขียวข้น นอกจากนั้นยังมีเสมหะไหลลงคอทำให้ระคายเคืองเกิดการไอ โดยเฉพาะเวลากลางคืนจะคัดจมูกปวดรอบๆจมูก หัวคิ้วหรือหน้าผาก ซึ่งในส่วนของการรักษานั้นแบ่งประเภทได้เป็นสองประเภทคือ การรักษาไซนัสอักเสบเฉียบพลันและการรักษาไซนัสอักเสบแบบเรื้อรังโดยการรักษาไซนัสอักเสบเฉียบพลันนั้นแพทย์จะให้ยาปฎิชีวนะ เพื่อลดการอักเสบของการติดเชื้อ จากนั้นก็ให้ยาแก้คัดจมูกเพื่อลดบวมและขยายรูเปิดของไซนัส และอาจจะใช้น้ำเกลือล้างโพรงจมูกทำให้มูกในไซนัสอ่อนตัวลงและไหลออกมาได้ง่ายขึ้น แต่หากรักษาไปแล้ว 3 เดือน อาการก็ยังไม่ทุเลา จะถือว่าเป็นอาการไซนัสอักเสบแบบเรื้อรังซึ่งจะต้องมีการรักษาอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งก็คือการใช้การผ่าตัดเข้ามาช่วย เช่นการเจาะล้างจมูก หรือ การผ่าตัดส่องกล้องเป็นต้น แต่ในบางกรณีก็พบว่าผู้ป่วยยังไม่หายจากอาการ เช่นอาจจะยังมีน้ำมูกหรือเสมหะลงคออยู่เรื่อย ๆ ซึ่งอาจจะเกิดจากสาเหตุต่างๆเหล่านี้ได้แก่ 1. เกิดจากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวคือโรคภูมิแพ้ เพราะแม้ว่าจะรักษาโรคไซนัสอักเสบจากการติดเชื้อ ไปแล้ว แต่โรคภูมิแพ้นั้นทำให้มีอาการคล้าย ๆ กันกับโรคไซนัส ซึ่งจะต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาโรคภูมิแพ้ต่อไป (โรคภูมิแพ้นี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ทำให้อาการทุเลาลงได้) 2. เนื้อเยื่อภายในจมูกและไซนัสหลังผ่าตัดใหม่ ๆนั้น ยัง มีความอ่อนแออยู่อาจจะทำให้เกิดอาการซ้ำของโรคได้ 3. การมีโรคประจำตัวอย่างอื่น
แต่อย่างไรก็ดี “กันไว้ดีกว่าแก้”เราเองก็สามาถปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคไซนัสอักเสบได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
1. พักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ 2. หากมีแผลในโพรงจมูกควรงด การว่ายน้ำ หรือ ดำนำเพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ3. หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และ รักษาร่างกายให้อบอุ่นไว้เสมอ4. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในทุกๆวัน5. หากมีฝันผุควรรีบรักษา โดยเฉพาะแผงฝันบนเพราะหากปล่อยทิ้งไว้มีโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่ไซนัสได้6. งดสูบบุหรี่และควรพยายามหลีกเลี่ยงบุคคลที่สูบบุหรี่7. หลีกเลี่ยงบริเวณสถานที่แออัดหรือที่มีฝุ่น และ ควันมากๆ 8. งดดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์9. ไม่ควรสั่งน้ำมูกแรงจนเกินไป
http://www.stou.ac.th/Thai/Offices/Oce/Knowledge/5-50(500)/page1-5-50(500).html
5034408189 นางสาวอุมาพร วิเศษบุปผา M2
ส่วนอาการไซนัสอักเสบนั้นสาเหตุหลักจะเกิดจากการที่จมูกได้รับมลพิษและสารระคายเคืองจากอากาศหายใจมากกว่าปกติ พอนานเข้าก็จะสะสมจนทำให้โพรงจมูกอุดตัน ทำให้มูกเหลวต่างๆนั้นไปคั่งค้างอยู่ในโพรงอากาศไซนัสและหากปล่อยทิ้งไว้ก็จะติดเชื้อและจบลงด้วยการเป็นโรคริดสีดวงจมูกในที่สุดในคนปกตินั้นมีโอกาสพบไซนัสอักเสบหลังจา
กเป็นหวัดประมาณ 0.5-5 เปอร์เซ็นโดยที่ประชากรกลุ่มเสี่ยงที่สามารถเป็นไซนัสอักเสปนั้นมีดังนี้1.ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูกนั้นจะมีโอกาสเป็นไซนัสอักเสบร่วมอยู่กับอาการหวัดอยู่ด้วยมีมากถึง 70 % 2.ผู้ที่อยู่ในเขตมลพิษทางอากาศสูง รวมไปถึงผู้ที่สูบบุหรี่ หรือ ต้องอยู่กับบรรยากาศของควันบุหรี่อยู่เสมอ 3.ผู้ที่มีโครงสร้างของจมูกผิดปกติ เช่น ผนังกั้นจมูกคด เป็นต้น อาการของไซนัสอักเสบนั้นเมื่อเป็นแล้วจะมีอาการคล้ายกับเป็นหวัด มีน้ำมูก แน่นจมูก แต่สิ่งที่จะสังเกตุได้นั้นคือจะมีน้ำมูกไหลตลอดกว่า 10 วัน และลักษณะของน้ำมูกนั้นจะมีสีค่อนข้างเขียวข้น นอกจากนั้นยังมีเสมหะไหลลงคอทำให้ระคายเคืองเกิดการไอ โดยเฉพาะเวลากลางคืนจะคัดจมูกปวดรอบๆจมูก หัวคิ้วหรือหน้าผาก ซึ่งในส่วนของการรักษานั้นแบ่งประเภทได้เป็นสองประเภทคือ การรักษาไซนัสอักเสบเฉียบพลันและการรักษาไซนัสอักเสบแบบเรื้อรังโดยการรักษาไซนัสอักเสบเฉียบพลันนั้นแพทย์จะให้ยาปฎิชีวนะ เพื่อลดการอักเสบของการติดเชื้อ จากนั้นก็ให้ยาแก้คัดจมูกเพื่อลดบวมและขยายรูเปิดของไซนัส และอาจจะใช้น้ำเกลือล้างโพรงจมูกทำให้มูกในไซนัสอ่อนตัวลงและไหลออกมาได้ง่ายขึ้น แต่หากรักษาไปแล้ว 3 เดือน อาการก็ยังไม่ทุเลา จะถือว่าเป็นอาการไซนัสอักเสบแบบเรื้อรังซึ่งจะต้องมีการรักษาอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งก็คือการใช้การผ่าตัดเข้ามาช่วย เช่นการเจาะล้างจมูก หรือ การผ่าตัดส่องกล้องเป็นต้น แต่ในบางกรณีก็พบว่าผู้ป่วยยังไม่หายจากอาการ เช่นอาจจะยังมีน้ำมูกหรือเสมหะลงคออยู่เรื่อย ๆ ซึ่งอาจจะเกิดจากสาเหตุต่างๆเหล่านี้ได้แก่ 1. เกิดจากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวคือโรคภูมิแพ้ เพราะแม้ว่าจะรักษาโรคไซนัสอักเสบจากการติดเชื้อ ไปแล้ว แต่โรคภูมิแพ้นั้นทำให้มีอาการคล้าย ๆ กันกับโรคไซนัส ซึ่งจะต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาโรคภูมิแพ้ต่อไป (โรคภูมิแพ้นี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ทำให้อาการทุเลาลงได้) 2. เนื้อเยื่อภายในจมูกและไซนัสหลังผ่าตัดใหม่ ๆนั้น ยัง มีความอ่อนแออยู่อาจจะทำให้เกิดอาการซ้ำของโรคได้ 3. การมีโรคประจำตัวอย่างอื่น
แต่อย่างไรก็ดี “กันไว้ดีกว่าแก้”เราเองก็สามาถปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคไซนัสอักเสบได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
1. พักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ 2. หากมีแผลในโพรงจมูกควรงด การว่ายน้ำ หรือ ดำนำเพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ3. หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และ รักษาร่างกายให้อบอุ่นไว้เสมอ4. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในทุกๆวัน5. หากมีฝันผุควรรีบรักษา โดยเฉพาะแผงฝันบนเพราะหากปล่อยทิ้งไว้มีโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่ไซนัสได้6. งดสูบบุหรี่และควรพยายามหลีกเลี่ยงบุคคลที่สูบบุหรี่7. หลีกเลี่ยงบริเวณสถานที่แออัดหรือที่มีฝุ่น และ ควันมากๆ 8. งดดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์9. ไม่ควรสั่งน้ำมูกแรงจนเกินไป
http://www.stou.ac.th/Thai/Offices/Oce/Knowledge/5-50(500)/page1-5-50(500).html
5034408189 นางสาวอุมาพร วิเศษบุปผา M2
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น